หมอเตือนชายติดเชื้อไวรัสซิกาต้องสวมถุงยางอนามัย

พิจิตร-เมืองชาละวันเฝ้าระวังผู้ป่วยไวรัสซิกาเตือนผู้ชายหากติดเชื้อห้ามมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาโดยไม่สวมถุงยางอนามัย
นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ยืนยันข้อมูลล่าสุดว่าจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคเชื้อไวรัสซิกาที่มียุงเป็นพาหะทำให้มีผู้ป่วยในเขตตำบลบึงนาราง 11 ราย ( ไม่มีหญิงตั้งครรภ์ ) ผู้ป่วยที่ต้องสงสัยและอยู่ในค่ายเฝ้าระวัง19ราย ติดตามผู้สัมผัสเชื้อร่วมที่อยู่อาศัยในบ้านเดียวกัน 44 ราย อาการยังคงเป็นปกติ ส่วนหญิงมีครรภ์ต่างตื่นตัวขอเข้ารับการตรวจเลือดที่ รพ.พิจิตร และ รพ.สต.ต่างๆเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ป่วยเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากต้องรอผลจากห้องแล็บ

นายแพทย์วิริยะ เอี๊ยวประเสิรฐ ผอ.รพ.พิจิตร ,แพทย์หญิงเพ็ญศรี มโนวชิรสรรค์ รองฯผอ.ด้านปฐมภูมิและทุติยภูมิ รพ.พิจิตร ได้เปิดให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่และแพทย์พยาบาล รวมถึงสื่อมวลชนเพื่อให้นำความรู้ที่ถูกต้องไปเผยแพร่กับประชาชน โดยเน้นย้ำว่าโรคเชื้อไวรัสซิกา มียุงเป็นพาหะ ผู้ป่วยมีอาการคล้ายไข้เลือดออกและไข้หวัดใหญ่ ปวดศีรษะ ปวดข้อสังเกตที่ดวงตาจะมีสีแดงเหมือนไฟเวลาดูดบุหรี่ซิก้า จึงเป็นที่มาของชื่อ “เชื้อไวรัสซิกา” ไม่มียารักษาโดยตรงแต่สามารถรักษาให้หายได้ตามอาการ แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นหญิงตั้งครรภ์จะส่งผลต่อลูกที่อยู่ในครรภ์ที่เกิดมาจะทำให้มีศีรษะลีบ เป็นเด็กพิการได้ แต่ถ้ามารดาในช่วงที่เริ่มตั้งครรภ์มาฝากท้องหรือพบแพทย์ได้ทันท่วงทีก็สามารถรักษาอาการได้
สำหรับการรณรงค์ป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสซิกา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ก็ได้ทำแผ่นพับใบปลิวโปสเตอร์ให้มีมาตรการ 3 เก็บ 3 ป้องกัน คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาดโปร่งโล่งไม่ให้มีมุมที่อับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง 3.เก็บน้ำและสำรวจภาชนะใส่น้ำต้องปิดให้มิดชิดป้องกันยุงลายไปวางไข่ ส่วนข้อมูลที่คาดไม่ถึง คือ ถ้าผู้ป่วยที่เป็นชายและติดเชื้อไวรัสซิกา ห้ามมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากเชื้อดังกล่าวจะไปอยู่ที่อสุจิ หากภรรยาตั้งท้องก็จะส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ ดังนั้นจึงต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งหากมีเพศสัมพันธ์ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องไวรัสซิกา โทรสายด่วน 1422
/ขอบคุณ สสส