‘ขยะแลกภาษี ปัตตานีเมืองสะอาด’

“บาโงฆาดิง” เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่ในมุมมองของคนภายนอกอาจบอกว่าแถบนี้เป็นพื้นที่มีเรื่องของเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่เชื่อหรือไม่ว่าชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้กลับอยู่กันอย่างมีความสุขและเรียบง่าย

แถมยังค้นพบเครื่องมือในการสร้างสุขภาวะกับสมาชิกชุมชนและขยายผลอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งตำบล 7 หมู่บ้าน กับเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามนั่นก็คือเรื่องของการจัดการ “ขยะ” จากปัญหาที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาเกตุ รับการร้องขอ “ถังขยะ” จำนวนมากจากชาวบ้านแทบทุกครัวเรือน ความสงสัยว่าเพราะอะไรชาวบ้านจึงต้องการถังขยะจำนวนมากขนาดนั้นได้ถูกหยิบยกเข้าไปพูดคุยกันในเวทีประชาคมหมู่บ้านเพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชน จนเกิดการชักชวนให้ชาวบ้านบาโงฆาดิงหมู่ที่ 5 มาร่วมกันทำกิจกรรมการ “คัดแยกขยะ” เพื่อแก้ปัญหาขยะมูลฝอยล้นถังในชุมชน ที่ต่อมาได้พัฒนามาสู่การจัดทำ “โครงการการจัดการขยะในชุมชนบ้านบาโงฆาดิง” ขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นางประภัสสร ขวัญกะโผะ ปลัด อบต.นาเกตุและหัวหน้าโครงการฯ เล่าว่าจากข้อมูลและปัญหาที่คุยกันในเวทีประชาคมหมู่บ้าน เกิดเป็นแนวคิดในการจัดทำโครงการการจัดการขยะ โดยทาง อบต.นาเกตุ ได้ร่วมกับ รพ.สต.นาเกตุ มาให้ความรู้กับชาวบ้านในเรื่องของการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ รวมถึงการนำขยะเหลือใช้ มาสร้างประโยชน์และมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น เศษอาหารมาทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ ต่อยอดไปสู่นวัตกรรม “ขยะแลกภาษี” ของชุมชน

มีการจัดทำกติกาชุมชน 6 ข้อ  ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์เวลาตั้งแต่ 9.00-11.00 น.สมาชิก นำขยะที่คัดแยกแล้วมาขายในราคาที่กำหนดไว้ ขยะที่คัดแยกนี้ยังนำใช้ในการชำระค่าภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือน และภาษีป้าย รวมถึงใช้ชำระค่าธรรมเนียมการเก็บขยะของชุมชนได้ ก่อนนั้นชาวบ้านจะค้างภาษีจำนวนมาก หลังจากทำโครงการนี้เก็บภาษีเพิ่มได้ถึงร้อยละ 60 จากเดิมเพียง 20%

นายประสพพร สังข์ทอง ผอ.รพ.สต.นาเกตุ กล่าวว่า เวทีการจัดการขยะทุกวันศุกร์ เป็นช่วงเวลาที่หน่วยงานราชการต่างๆ ในพื้นที่สามารถใช้ช่วงเวลาเดียวกันนี้บูรณาการเข้ากับการการทำงานของตนเองได้เป็นอย่างดี ปกติประชาชนในพื้นที่จะต้องไปประกอบอาชีพในสวนหรือนอกพื้นที่บ้าง เจอกันได้ยาก แต่จากกติกาของชุมชนและใช้เวลาในช่วงเช้าก่อนที่มีการละหมาดใหญ่วันศุกร์ในช่วงบ่าย เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำงานในเรื่องต่างๆ กับชาวบ้านได้มากที่สุด

ผอ.รพ.สต.นาเกตุ บอกว่า จะใช้ช่วงเวลาเดียวกันนี้เข้ามาติดตามตรวจสุขภาพประชาชน คัดกรองความเสี่ยง โรคเบาหวาน ความดัน แล้วเรื่องของสุขภาพ บริการวัคซีน ติดตามวัคซีนในเด็กที่อาจจะขาดนัด ปกติคนในชุมชนนำขยะมาขายหรือมาจ่ายเป็นภาษีก็มักจะที่จะมีเด็กๆ ตามมาด้วย

นายมะรอฮิง สาและ ผู้ใหญ่บ้านบาโงฆาดิงหมู่ 5 เล่าเสริมว่า เห็นได้ชัดเจนคือขยะในชุมชนลดลง ชาวบ้านเองก็มีความรู้ในการจัดการขยะเศษอาหารที่เหลือทิ้ง โดยจะนำเอามารวมกันเพื่อทำเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ เมื่อทำเสร็จก็จะแบ่งและแจกจ่ายกันกลับไปใช้ในครัวเรือน อีกทั้งชาวบ้านเห็นคุณค่าของขยะมากขึ้น วันนี้ทุกคนรู้ว่าสามารถเอากลับมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทั้งหมด จากเมื่อก่อนที่ขยะล้นถัง เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีขยะ แทบจะไม่มีขยะมาขายเสียด้วยซ้ำ

นายดอเลาะ ลาเต๊ะ เลขานายก อบต.นาเกตุ แนวทางการทำงานในพื้นที่ของ อบต.นาเกตุ จะส่งเสริมให้ประชาชนจัดการตัวเองและดูแลตัวเองอย่างโครงการขยะนี้เกิดจากชาวบ้านคิดเองและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อแก้ปัญหาในชุมชน ซึ่งสนองต่อนโยบายของจังหวัดปัตตานี โดยเฉพาะ “ปัตตานีเมืองสะอาด” นอกจากนี้ยังสร้างให้คนในชุมชนมีจิตสำนึกเคารพในกติกาของชุมชน ซึ่งผู้นำทางศาสนาเองก็ใช้หลักของศาสนาอิสลามมาบูรณาการกับเรื่องการสร้างจิตสำนึกให้กับเด็กและเยาวชนคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพราะความสะอาดเป็นหลักการสำคัญในศาสนาอิสลาม ที่สอนและเน้นในเรื่องของความสะอาด ทั้งร่างกายเสื้อผ้าอาหารและอื่นๆ ทั้งของส่วนตัวและสาธารณะ

นางสาวสากีน๊ะสะแม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้รับผิดชอบโครงการเล่าว่า ความสำเร็จเกิดการร่วมมือร่วมใจกันทำงานของ “4 เสาหลักของชุมชน” ที่ประกอบไปด้วย ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา อปท.และ รพสต. โดยประชาชนมีส่วนร่วม จนสามารถขยายผลการดำเนินงานจาก1 หมู่บ้านออกไปจนครบทั้ง 7 หมู่บ้านรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร”LINE”ของกลุ่มเครือข่าย อสม. ในพื้นที่ในการเล่าเรื่องด้วยภาพและสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อนที่อื่นๆ ให้ใช้วิธีการจัดการขยะเหมือนกับที่ชุมชนบาโงฆาดิง

ทั้งนี้กลุ่มของ อสม. จะช่วยแชร์ภาพกิจกรรมการคัดแยกขยะ โชว์ภาพตอนขายขยะแล้วได้เงิน แล้วนำเงินมาจ่ายภาษีต่างๆ ลงไปในกลุ่มไลน์ของอสม. ผู้นำท้องถิ่นก็จะช่วยแชร์ภาพกิจกรรมดังกล่าวลงไปในกลุ่มไลน์ของเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งภาพความสำเร็จดังกล่าวยังถูกส่งต่อออกไปในระดับอำเภอและจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงการนี้ถูกพูดถึงกันมาก ชุมชนอื่นๆ เกิดความตื่นตัวและขอให้ทางอบต.นาเกตุ ไปทำโครงการเดียวในหมู่บ้านของตนเองด้วย ซึ่งหลังจากทำโครงการไปเพียง 5 เดือน ก็สามารถขยายผลการดำเนินออกไปได้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของตำบลนาเกตุ

นายประสพพร สรุปว่า นวัตกรรม”ขยะแลกภาษี” นอกจากช่วยให้ปัญหาขยะในชุมชนลดลง เด็กๆ มีค่าขนม สมาชิกในชุมชนเรียนรู้การคัดแยกขยะ เกิดจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ขยะจึงนำมาซึ่งพลังการสร้างสุขภาวะด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวตำบลนาเกตุ ทุกๆคน /ขอบคุณ สสส.